โครงการ "โตไปไม่โกง"

โครงการ โรงเรียนสีขาว หลักสูตร “โตไปไม่โกง”

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย

และศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม นิด้า

ความเป็นมาของความร่วมมือ


องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย และศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ตระหนักในความสำคัญของการสร้างค่านิยมให้คนในสังคมรู้สึกไม่ยอมรับพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชันและการโกงทุกรูปแบบ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งการสร้างค่านิยมที่ถูกต้องนี้จะเป็นรากฐานสำคัญเพื่อทำให้เด็กเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ และเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่ได้ผลที่สุด จึงได้ดำเนินกิจกรรมเด็กในหลายรูปแบบมาตั้งแต่ ปี พ.ศ 2541  เช่น การจัดค่ายอบรมเยาวชนเมล็ดพันธุ์ประชาธิปไตยต้านคอร์รัปชัน การจัดทำหนังสือสำหรับเด็ก การประกวดเรียงความ การประกวดภาพเขียน ละครเด็ก การโต้วาที ฯลฯ

ต่อมาเมื่อกรุงเทพมหานครมีนโยบายที่จะเอาจริงเอาจังต่อการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน รองผู้ว่าฯ ทยา ทีปสุวรรณ จึงได้เข้ามาปรึกษาหารือท่านประธานฯ และกรรมการองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทยบางท่าน (นายมีชัย วีระไวทยะ) และขอให้องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทยช่วยดำเนินการจัดหลักสูตรเกี่ยวกับการต้านทุจริตคอรัปชันสำหรับใช้ในโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร จึงได้เกิดความร่วมมือระหว่างองค์กรตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ดร. จุรี วิจิตรวาทการ เลขาธิการองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทยและประธานศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ จึงเตรียมคณะทำงานร่างหลักสูตร ซึ่งมีที่ปรึกษาอาวุโสและผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ร่วมให้ข้อคิดเห็น โดยทำงานร่วมกับ รองผู้ว่าฯทยา และสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ในการออกแบบโครงการ โรงเรียนสีขาว หลักสูตร “โตไปไม่โกง”

วัตถุประสงค์ (ในปีแรก 2553-54)

เพื่อจัดทำหลักสูตรเพื่อปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมในการป้องกันปัญหาทุจริตสำหรับเด็กระดับอนุบาล – ประถมศึกษาปีที่ 3 เพื่อนำมาใช้ในโรงเรียนในสังกัด

กรุงเทพมหานคร  (โดยจะมีการอบรมครูผู้สอนก่อนการนำหลักสูตรไปใช้)
เนื้อหาหลักสูตร

เนื้อหาหลักสูตรครอบคลุมความดี 5 ประการที่ช่วยสร้างชาติและต่อต้านการทุจริต ได้แก่
1) ความซื่อสัตย์สุจริต คือ การยึดมั่นในความสัตย์จริงและสิ่งที่ถูกต้องดีงาม รู้จักแยกแยะถูกผิด ปฏิบัติต่อตนเองและผู้อื่นโดยชอบ ไม่คดโกง
2) การมีจิตสาธารณะ คือ การมีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม ตระหนักรู้และคำนึงถึงสังคมส่วนรวม มีความรับผิดชอบต่อตัวเองในการกระทำใดๆ เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียหายต่อส่วนรวม และพร้อมที่จะเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม
3) ความเป็นธรรมทางสังคม คือ การปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกันอย่างมีเหตุผล โดยไม่เลือกปฏิบัติต่อเพศ เชื้อชาติ ชนชั้น สถานะทางเศรษฐกิจและสังคม
4) กระทำอย่างรับผิดชอบ คือ การมีจิตสำนึกในบทบาทและหน้าที่ของตัวเองและปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด เคารพกฎเกณฑ์กติกา พร้อมให้ตรวจสอบการกระทำได้เสมอ หากมีการกระทำผิดก็พร้อมที่จะยอมรับและแก้ไข
5) เป็นอยู่อย่างพอเพียง คือ การดำเนินชีวิตโดยยึดหลักความพอประมาณ ซื่อตรง ไม่ละโมบโลภมาก รู้จักยับยั้งชั่งใจ และไม่เอาเปรียบหรือเบียดเบียนตัวเองและผู้อื่น
ลักษณะกิจกรรมในหลักสูตร

เน้นกิจกรรมที่ให้ทั้งความสนุกสนานและสร้างสรรค์ ผ่านการเล่านิทาน เกมการละเล่นต่างๆ การร้องเพลง กิจกรรมศิลปะ บทกวีและคำคล้องจองสำหรับเด็ก รวมทั้งกิจกรรมสร้างประสบการณ์อื่นๆ   เพื่อกระตุ้นให้เด็กคิดอย่างมีเหตุผลและซึมซับคุณค่าแห่งความดีอย่างเป็นธรรมชาติ  และสร้างความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ภูมิใจในการทำความดี รังเกียจคนโกงและคนเก่งแต่โกง
ตัวอย่างกิจกรรมในห้องเรียน เช่น

กิจกรรมกลุ่มที่แสดงถึงความรักและการดูแลสมบัติสาธารณะ
การเล่านิทานที่เด็กๆ เป็นผู้กล้าหาญเสียสละเพื่อส่วนรวม
เรื่องเล่าเกี่ยวกับความกล้าหาญทางจริยธรรมของผู้นำ
นิทานที่ชี้ให้เห็นโทษแห่งการโกหกและเจ้าเล่ห์
กิจกรรมที่ชี้ให้เห็นประโยชน์ของความพอเพียงไม่โลภ เป็นต้น
คู่มือหลักสูตร การอบรมครูผู้สอน และสื่อการเรียนการสอน

ในโครงการจะมีการอบรมครูผู้สอนจำนวน 1,440 คน เพื่อให้ครูเกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาและกิจกรรมในหลักสูตรซึ่งจะทำให้ครูใช้หลักสูตรอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความภูมิใจแก่ครูในการทำหน้าที่ถ่ายทอดคุณค่าแห่งความดี  โดยโครงการจะมีกล่องเครื่องมือสำหรับครู ซึ่งภายในกล่องจะมีคู่มือครูและสื่อการเรียนรู้  เช่น แผ่นซีดีเพลง นิทาน หุ่นมือ บัตรคำ เป็นต้น