หลักสูตรโตไปไม่โกงซึ่งได้รับการบรรจุให้ใช้สอนนักเรียนชั้นอนุบาล-ป.3 ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครให้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี เด็กที่ได้เรียนต่างก็ชื่นชอบในรูปแบบการเรียนการสอนที่สนุกสนานผ่านนิทาน บทเพลงและกิจกรรมที่จัดขึ้น และเพื่อตอกย้ำค่านิยมและจิตสำนึกที่ดีงามในการต่อต้านคอร์รัปชั่นให้กับเยาวชนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเพื่อเผยแพร่ค่านิยมนี้ให้ขยายออกไปสู่วงกว้างขึ้นโดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครองซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสอนลูกหลานให้โตไปไม่โกง กรุงเทพมหานครและนิด้า จึงได้ร่วมกันผลิตโฆษณาโตไปไม่โกงขึ้น
งานเปิดตัวโฆษณาโตไปไม่โกงจัดขึ้นพร้อมกับงานรวมพลัง White Thumb ครั้งที่ 5 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อสารให้โรงเรียน ผู้ปกครองและสังคม รับรู้เกี่ยวกับหลักสูตรโตไปไม่โกงเพิ่มขึ้น โดยมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเยาวชนจากโรงเรียนวัดเปรมประชามาร่วมกิจกรรม ซึ่งสิ่งที่พิเศษและแตกต่างไปจากกิจกรรมทุกครั้งที่จัดมาคือ งานนี้เด็กนักเรียนมาร่วมกิจกรรมพร้อมกับผู้ปกครอง ซึ่งเกิดจากแนวคิดของกรุงเทพมหานครและนิด้าที่ตระหนักว่าครอบครัวนั้นมีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมให้เด็กโตไปไม่โกง
รศ.ดร.จุรี วิจิตรวาทการ ประธานศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เล่าถึงโฆษณาเพื่อรณรงค์ค่านิยมโตไปไม่โกงว่า ในส่วนของภาพยนตร์โฆษณานั้นมีทั้งหมด 4 เรื่อง ได้แก่ ยักษ์กินเมือง ย่อยยาก กินใต้โต๊ะ และยักษ์ ซึ่งตอนนี้ได้เริ่มทยอยออกอากาศแล้วทางช่อง 3, 5, 7, 9, 11 สำหรับสปอตวิทยุมีทั้งหมด 3 ชุด ได้แก่ ตุ๊กแก เรื่องของเด็ก และโรงเรียนกวดวิชา เผยแพร่ทางคลื่น 95.5 (Virgin Hit) 101.0 (News Channel) และ 104.5 (Fat Radio) นอกจากนี้ยังมีโฆษณาเผยแพร่ผ่านสื่อหนังสือพิมพ์ และสื่อกลางแจ้งซึ่งมีทั้งป้ายบิลบอร์ด ป้ายไตรวิชั่น ป้ายบริเวณตอม่อ และป้ายบริเวณศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทาง
“ปัจจุบันหลักสูตรโตไปไม่โกงใช้สอนในโรงเรียน 280 แห่งในสังกัดกรุงเทพมหานครเท่านั้น การเผยแพร่โฆษณาครั้งนี้นับเป็นความตั้งใจของกรุงเทพมหานครและนิด้าที่ต้องการรณรงค์ค่านิยมการต่อต้านคอร์รัปชั่นให้ขยายวงกว้างขึ้น ไม่เฉพาะเยาวชนเท่านั้นแต่ยังต้องการให้พ่อแม่ผู้ปกครองเห็นถึงความสำคัญในการสอนให้ลูกหลานมีค่านิยมในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นด้วย” รศ.ดร.จุรี กล่าว
ดร.สมชาติ วิศิษฐชัยชาญ ที่ปรึกษาหลักสูตรโตไปไม่โกง กล่าวถึงโฆษณาชุดนี้ว่า ความท้าทายอยู่ที่การทำให้กลุ่มคนหลากหลายวัยเข้าใจสิ่งที่ต้องการจะสื่อได้ง่าย โดยคำนึงถึงการดำเนินเนื้อเรื่องที่ทำให้เข้าใจง่าย กลยุทธ์ที่ใช้ในการสื่อสาร คือการเปรียบเทียบ เป็นการสร้างความน่าสนใจ และความแปลกใหม่ เพื่อให้เกิดการจำจด โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้ว่าการโกงเป็นสิ่งที่ไม่ดี และเป็นการสร้างการมีส่วนร่วม ทำให้เกิดความรู้สึกต่อต้านการคอร์รัปชั่น
สำหรับมุมองเกี่ยวกับครอบครัวที่มีผลต่อการหล่อหลอมให้เด็กให้โตไปไม่โกงนั้น มีผู้ใหญ่หลายท่านได้แสดงทัศนะในเรื่องนี้ ดังนี้
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “นอกจากครูและโรงเรียนแล้ว สิ่งสำคัญในการสอนให้เด็กโตไปไม่โกง คือ ผู้ปกครอง ที่บ้านของเด็กต้องมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญที่ดีด้วย เพราะเด็กใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนไม่กี่ชั่วโมง แต่อยู่ที่บ้านมากกว่า ดังนั้น จึงต้องขอความร่วมมือจากผู้ใหญ่ทุกท่านทั้งผู้ปกครอง พ่อแม่ปู่ย่าตายาย ช่วยกันสอน ช่วยกันหล่อหลอมควบคู่ไปกับครูด้วย”
นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “คงต้องฝากพ่อแม่ผู้ปกครองให้ร่วมกับกรุงเทพมหานครในการสอนให้ลูกหลานมีค่านิยมและจิตสำนึกที่ดีงามร่วมกันต่อต้านคอร์รัปชั่น ซึ่งเร็วๆ นี้ กรุงเทพมหานครจะมีโครงการอบรมห้องเรียนพ่อแม่ ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องของหลักสูตรโตไปไม่โกง เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่รู้เกี่ยวกับหลักสูตรนี้ เพื่อจะได้มีเทคนิคที่จะใช้สอนลูกหลานและเพื่อที่เราจะได้สอนไปในทางเดียวกัน
นางนิธิพร วิศิษฐชัยชาญ ผู้ปกครองที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ กล่าวว่า ชอบหลักสูตรโตไปไม่โกงมาก อยากให้ขยายการเรียนการสอนไปยังโรงเรียนอื่นด้วย ลูกเรียนโรงเรียนสาธิตก็อยากให้ได้เรียนด้วย การที่กรุงเทพมหานครและนิด้าได้จัดกิจกรรมให้ผู้ปกครองมาร่วมกิจกรรมในวันนี้ก็เป็นแนวคิดที่ดีมาก พ่อแม่ผู้ปกครองจะได้ทราบว่าลูกหลานเรียนอะไร โรเงรียนสอนอะไร เพื่อที่จะได้นำมาสอนต่อยอด เพราะการสอนให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความซื่อสัตย์ไม่ทุจริตคอร์รัปชั่นนั้นจะพึ่งแต่โรงเรียนหรือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ ทั้งโรงเรียนและครอบครัวต้องสอนควบคู่กันและสอนไปในแนวทางเดียวกัน”
สำหรับครูโรงเรียนเอกชน โรงเรียนนานาชาติ และโรงเรียนในต่างจังหวัด รวมทั้งผู้สนใจเกี่ยวกับหลักสูตร สามารถดาวน์โหลดบทเรียน เพลง ฯลฯ เพื่อนำไปใช้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตที่ www.growinggood.org และติดตามความเคลื่อนไหว พูดคุย ได้ที่ http://www.facebook.com/GrowingGood และ http://twitter.com/growinggood











ผมว่าโครงการนี้ที่จะให้โรงเรียนเป็นสถานที่สอนให้เด็กไม่โกงก่อนโต ควรหันมาดูบุคคลากรที่จะพร่ำสอนว่าดีกันหรือยัง ตั้งแต่หัวจรดหาง ตั้งแต่ผู้อำรวยการโรงเรีย ครูชั้นผู้น้อย ก็ไม่ดีให้น่าเล่อมใสสักเท่าไหร่ เพราะมีแต่สิ่งปลูกสร้างอาคาร เต็มไปด้วยคอรัปชั่นแอบแผงในเชิงธุรกิจ นมโรงเรียยังทุจริต เสื้อผ้าเครื่องแบบที่ได้งบจากการเรียนฟรี ก็ทุจริต ครูเองก็ไม่ตั้งใจสอน เพราะว่ามีความคิดว่าขยันสอนเงินเดือนก็ไม่ได้ขึ้น ยิ่งสอนอยู่นาน อายุมากขึ้น ยิ่งรู้มาก ขี้เกียจ สอนไปวันวัน รอวันเงินเดือนออก ไม่พัฒนาความรู้ตัวเอง นั้งแต่นึกว่าเป็นข้าราชการครูแล้ว มีเครดิตจะกู้ซื้ออะไรได้บ้าง ทำให้เป็นหนี้เป็นสินล้นพ้นตัว พอไม่มีเงินจ่ายก็มาบ่นว่า ครูเงินเดือนน้อย ครูเหมือนเรือจ้าง ลองไปดูรถป้ายแดงในโรงเรียสังกัด กทม. แล้วคุณจะไม่อยากสงสารพวกครูประเภทนี้อีกเลย ไม่เท่านั้นยังมาทำหนังโฆษณารณรงค์ให้เด็กไม่โกง กับแค่ทำหนังสปอร์ตโฆษณาก็โกงแล้ว บริษัทเอเจนซี่ได้เท่าไหร่ คนสั่งดำเนินการได้เท่าไหร่ น้ำเน่าที่สุด ผมว่าพัฒนาครู กทม. ให้ดีกว่านี้จะดีกว่า เพราะเด็กเหมือนผ้าขาว แต่ครูซิจิตใจไม่ดีแล้ว่จะไปสอนใครได้ หยุดเหอะ พอเหอะ แค่นี้เด็กไทยก็จะเน่าในอยู่แล้ว ถ้าจะให้พูดเรื่องวีรกรรมของครู 3 วันเล้าไม่จบ
หยุดผลาญงบ แล้วเอางบนั้นมาพัฒนาครูให้มีจิตใจโอบอ้อมอารี ครูคนไหนหมดไฟ ไม่อยากสอน ให้เออรี่ออกไปซะ รับครูใหม่ที่ยังมีไฟอยู่จะดีกว่า