แนวหน้า ฉบับวันที่ 2 มีนาคม 2554 หน้า 18

กทม.สอน “ โตไปไม่โกง ” อนุบาล – ป.6 ทุ่ม 30 ล้านยิงสปอร์ตทีวี.ตอกย้ำใกล้เลือกตั้ง

นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ตามที่กรุงเทพมหานครได้ร่วมกับศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศ จัดทำหลักสูตร “โตไปไม่โกง” และเปิดทำการเรียนสอนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครแล้ว 280 โรง เริ่มจากระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษาปีที่ 3 โดยสอนสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง ทุกวันพุธ ชั้นอนุบาล 1-2 เวลา 10.00-11.00 น. และชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 ชั่วโมงสุดท้ายของวัน ซึ่งเด็กนักเรียนที่ได้เรียนหลักสูตรนี้ต่างชื่นชอบในรูปแบบการเรียนการสอนที่สนุกสนานผ่านนิทาน บทเพลงและกิจกรรมที่ไม่เน้นการท่องจำ

นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมพิเศษออกค่าย รวม 5 ครั้ง ให้เด็กๆและผู้ปกครองได้ทำกิจกรรมร่วมกันในวันหยุดอีกด้วย ซึ่งครั้งที่ 5 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวโฆษณารณรงค์ค่านิยมโตไปไม่โกง โดยกรุงเทพมหานครร่วมกับ นิด้า ผลิตและเผยแพร่ในรูปแบบภาพยนตร์โฆษนา 4 เรื่อง ความยาว 45 วินาที 1 เรื่อง และ 15 วินาที 3 เรื่อง ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ จำนวน 30 ครั้ง สปอตวิทยุ 3 เรื่อง เผยแพร่ 3 คลื่นวิทยุ สื่อหนังสือพิมพ์ และสื่อกลางแจ้งทั้งป้ายบิลบอร์ด ป้ายไตรวิชั่น ป้ายตอม่อ และป้ายศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทาง โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น 30 ล้านบาท

“โฆษณาที่ออกอากาศไปได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก กทม.เตรียมขยายเวลาออกอากาศทางโทรทัศน์เพิ่มอีก ต่อข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่ากทม.เลือกที่จะเปิดตัวออกมาในช่วงนี้หวังผลจะกระตุ้นเตือนประชาชนในช่วงที่จะมีการเลือกตั้งหรือไม่นั้น กทม.เองได้มีแผนการเปิดตัวโฆษณารณรงค์ชุดนี้อยู่แล้วแต่ติดปัญหาล่าช้าจนมาเปิดตัวได้ในช่วงนี้ ซึ่งก็ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะตอกย้ำค่านิยมและจิตสำนึกที่ดีงามในการต่อต้านคอรัปชั่นโดยการเผยแพร่สู่สังคมในวงกว้าง และอาจมีกิจกรรมรณรงค์ต่อยอด เช่น โรดโชว์ตามโรงเรียน และพื้นที่สาธารณะในช่วงใกล้การเลือกตั้งเพื่อรณรงค์ไม่โกงเลือกตั้งด้วย” รองผู้ว่าฯทยากล่าวและว่า

ในปีการศึกษา 2554 นี้ จะอบรมครูผู้สอนและเปิดทำการเรียนการสอนในชั้นอนุบาล-ประถมศึกษาปีที่ 3 เพิ่ม อีก 151 โรง รวมทั้งขยายเพิ่มไปถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 -6 ทุกโรงเรียนรวม 431 โรงยกเว้นโรงเรียนที่มีชั้นมัธยมศึกษาอีก 5 โรง ซึ่งจะเปิดสอนในปี 2555 สำหรับโรงเรียนอื่นๆทั้งสำกัดภาครัฐและเอกชนที่สนใจจะใช้หลักสูตรนี้ทำการสอนในโรงเรียนกรุงเทพมหานครก็ยินดี ในส่วนของกระทรวงศึกษาเท่าที่ได้เคยเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาไปนั้นก็มีท่าทีสนใจ ซึ่งหากกระทรวงศึกษาเห็นว่ากรุงเทพมหานครทำสำเร็จน่าจะนำไปใช้ก็สามารถนำหลักสูตรไปใช้ได้เลย

แสดงความคิดเห็น