www.prbangkok.com ประจำวันที่ 26 มกราคม 2554

กทม.ร่วมกับ นิด้า เดินหน้าสอนหลักสูตร “ โตไปไม่โกง ” ลุยขยายแนวคิดหลักสูตรสู่วงกว้าง

(26 ม.ค. 54) เวลา 09.30 น. นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย รศ.ดร.จุรี วิจิตรวาทการ ประธานศูนย์สาธารณประโยชน์ และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) แถลงข่าวความคืบหน้าของโครงการ “ โตไปไม่โกง” และกิจกรรมรวมพลัง White Thumb “ โตไปไม่โกง” ครั้งที่ 2 ณ สวนสาธารณะใต้สะพานพระราม 8 กรุงเทพมหานคร ร่วมกับศูนย์สาธารณประโยชน์ และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย จัดทำหลักสูตรคบเด็กสร้างชาติ “ โตไปไม่โกง” เพื่อใช้สอนนักเรียนระดับอนุบาล – ป. 3 ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครเพื่อปลูกผังค่านิยมและจิตสำนักที่ดีงามในการยึดมั่นความซื่อสัตย์และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยมีเนื้อหามุ่งเน้นการสอนให้เด็กยึดมั่นในค่านิยม 5 ประการ ประกอบด้วย ความซื่อสัตย์สุจริต การมีจิตสาธารณะ ความเป็นธรรมทางสังคม กระทำอย่างรับผิดชอบ และเป็นอยู่อย่างพอเพียง

ทั้งนี้ได้เริ่มเปิดตัวหลักสูตรโตไปไม่โกงเมื่อ มิ.ย. 53 โดยเป็นการสอนผ่านเพลง นิทาน เกม ละคร เพื่อความสนุกสนาน เรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เน้นการท่องจำ ซึ่งมีเพลงสำหรับเด็กอนุบาล 29 เพลง นิทานมากกว่า 50 เรื่อง เรียนสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง รวม 40 ครั้งต่อปีการศึกษา และได้มีการอบรมครูผู้สอนในสังกัดกรุงเทพมหานครจำนวน 1,440 คน รวมทั้งอบรมการใช้หลักสูตร ให้แก่ผู้อำนวยการโรงเรียน ครูผู้สอน และศึกษานิเทศน์ จากโรงเรียนเป้าหมาย 1,000 คน รวมทั้งจัดกิจกรรมรวมพลัง White Thumb ซึ่งเป็นกิจกรรมเสริมนอกห้องเรียน เพื่อสื่อสารกับโรงเรียน ผู้ปกครอง และสังคมให้รับทราบเกี่ยวกับหลักสูตร

รองผู้ว่าฯ ทยา กล่าวว่า หลักสูตรโตไปไม่โกงเป็นความตั้งใจของกรุงเทพมหานครที่จะปลูกฝังค่านิยมที่ดีและจิตสำนึกที่ดีงาม สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เยาวชน โดยไม่จำกัดเฉพาะโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันใช้หลักสูตรสอนนักเรียน อนุบาล-ป.3 ใน 280 โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยจะขยายการสอนหลักสูตรให้กับนักเรียนชั้น ป.3-ป.6 ให้ครบทั้ง 436 โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร และต่อยอดการสอนหลักสูตรให้นักเรียนชั้นมัธยมและระดับอุดมศึกษาต่อไป

สำหรับผู้สนใจเกี่ยวกับหลักสูตร สามารถดาวน์โหลดบทเรียน เพลง ฯลฯ เพื่อนำไปใช้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตที่ www.growinggood.org และติดตามความเคลื่อนไหว พูดคุย แสดงความคิดเห็นได้ที่ www.facebook.com/GrowingGood และ http://twitter.com/growinggood

แสดงความคิดเห็น