นิทานผึ้งน้อยกับผีเสื้อและเด็กเกเร
ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งใจกลางเมือง มีผึ้งกับผีเสื้ออาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยผึ้งและผีเสื้อเหล่านั้น
มีหน้าที่ดูแลรักษาดอกไม้ทุกชนิดที่อยู่ในสวนสาธารณะ ผึ้งและผีเสื้อจึงเป็นเพื่อนสนิทที่รักกันมาก
วันหนึ่ง ต้องกับต่อ เข้ามาวิ่งเล่นในสวนสาธารณะและเห็นดอกไม้ในสวนสวยงามมากจึงอยากจะเก็บไปเป็น
ของตนและเอาไปฝากเพื่อนๆ ระหว่างทางที่กำลังจะเอาดอกไม้ไปให้เพื่อน มีคนขอซื้อดอกไม้จากต้องกับต่อ
ต้องกับต่อจึงคิดว่า ดอกไม้ดังกล่าวน่าจะทำให้ตนมีเงินไปซื้อของเล่นและไอศครีม ทั้งคู่จึงช่วยกันเก็บดอกไม้
ที่มีอยู่ในสวนจนหมด ทำให้ผึ้งไม่สามารถหาน้ำหวานได้ ส่วนผี้เสื้อก็ไม่มีเกสรดอกไม้ให้กินน้ำหวานและไม่มีที่
ให้วางไข่ ทั้งผึ้งและผีเสื้อจึงได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของเด็กเกเรทั้งสองคน ผึ้งกับผีเสื้อจึงช่วยกัน
ออกบินหาสาเหตุที่ทำให้ดอกไม้ในสวนหมดไป
ในที่สุดเจ้าผีเสื้อก็บินไปเจอต้องกับต่อกำลังเอาดอกไม้ไปขายให้กับคนที่อยู่ในสวน เจ้าผีเสื้อจึงรีบไปแจ้ง
ข่าวให้ผึ้งทราบ เจ้าผึ้งก็รีบบินมาแล้วถามต้องกับต่อว่า“ทำไมต้องเก็บดอกไม้ในสวน”
ต้องกับต่อตอบว่า “ทำไมจะเก็บไม่ได้ ดอกไม้ในสวนไม่ใช่ของผึ้งกับผีเสื้อสักหน่อย ”
ผึ้งพูดว่า “ดอกไม้ไม่ใช่ของฉันก็จริง แต่ดอกไม้ที่อยู่ในสวนเป็นดอกไม้ของทุกคน”
ต่อเลยตอบไปว่า “คนอื่นไม่เห็นจะเดือดร้อนเจ้าเป็นแค่ผึ้งตัวเดียวจะเดือดร้อนอะไรกัน”
ผีเสื้อ “ทำไมจะไม่เดือดร้อน เจ้าสองคนทำให้สวนแห่งนี้ไม่สวยงามไม่มีดอกไม้ คนที่อยากดูดอกไม้เขาก็ไม่มี
โอกาสได้เห็นดอกไม้ที่สวยงามอีกต่อไป”
ต้อง “ไปเถอะต่อไม่ต้องสนใจหรอก เป็นแค่ผึ้งกับผี้เสื้อจะทำอะไรเราสองคนได้” แล้วต้องกับต่อก็เดินจากไป
ผีเสื้อ “แล้วทีนี้เราจะทำอย่างไรกันดี ถ้าไม่มีดอกไม้ เราจะไปหาอาหารกันที่ไหน แล้วเราวางไข่ได้อย่างไร”
ผึ้ง “ใช่ ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ เราทุกตัวคงต้องอดตาย ลูกหลานของเราก็ต้องสูญพันธุ์ไปด้วย พวกเราต้องทำ
อะไรสักอย่างแล้ว”
ผึ้งกับผีเสื้อจึงปรึกษากัน หลังจากนั้นผึ้งจึงกลับไปที่รังเพื่อแจ้งเรื่องนี้ให้กับผึ้งทุกตัวรู้ ทุกตัวลงความเห็น
ว่าจะต้องลงโทษเด็กทั้งสองคนให้เข็ดหลาบจากนั้น ผึ้งทั้งรังก็บินเข้ามาต่อยต้องกับต่อจนระบมไปหมดทั้งตัว
ต้องกับต่อจึงพูดว่า“ พอแล้ว เราสองคนทำผิดไปแล้ว พวกเราขอโทษ อย่าต่อยพวกเราอีกเลย ต่อไปเราจะไม่
ทำอีก”หลังจากนั้นทั้งต้องและต่อก็รีบวิ่งกลับไปบ้าน พ่อกับแม่เลยถามว่าไปทำอะไรกันมา“เด็กทั้งสองก็ตอบว่า
ไปวิ่งเล่นในสวนมา แล้วโดนผึ้งเกเรต่อยเอา” แม่เลยถามว่าอยู่ดี ๆ ผึ้งจะมาต่อยลูกได้อย่างไร ต้องตอบว่า
“เพราะต้องกับต่อช่วยกันเก็บดอกไม้ในสวนไปขายจนหมด ผึ้งกับผี้เสื้อเลยโกรธ” แม่ได้ยินดังนั้นเลยพูดว่า
“ดีแล้วละที่โดนอย่างนี้ ไม่อย่างนั้นลูกคงไม่เข็ดหลาบหรอก ไปทำให้คนอื่นได้รับความเดือดร้อนก็ต้องโดน
ลงโทษ คราวหลัง ลูกก็ห้ามทำอย่างนี้อีก เพราะดอกไม้ในสวนสาธารณะ เป็นดอกไม้ของทุกคน ทุกคน
ต้องช่วยกันดูแลรักษา เข้าใจหรือเปล่าลูก” ต้องกับต่อตอบว่า “เข้าใจครับต่อไปต้องกับต่อจะช่วยกัน
ดูแลดอกไม้ในสวนไม้ให้ใครมาทำลายเช่นเดียวกับผึ้งและผีเสื้อ”











นิทานเรื่องนี้สมุกมากค่ะ เเถมยังให้สาระด้วยนะค่ะ เเล้วก็อย่าทำเเบบ ต้องเเละต่อนะค่ะ ไม่งั้นคุณผึ้งต่อยตายเลย T0T ลองอ่านได้นะค่ะ สนุกสนุก^^
อ่านแล้วเพลินจังค่ะ
สวัสดีค่ะ
แม้จะเป็นนิทานที่ชักชวนให้มีการเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ดูเหมือนว่าปัญหาจะถูกแก้ด้วยความรุนแรงนะคะ
พฤติกรรมที่ระงับไปเพราะความกลัวการถูกลงโทษ อาจไม่ระงับไปแบบถาวร พร้อมที่จะทำได้ใหม่ หากทัศนคติไม่เปลี่ยน
ดิฉันคงคิดมากไปค่ะ แต่คิดอยากให้จบในลักษณะที่ มีเหตุการณ์ให้เด็กทั้งสองเกิดโยนิโสมนสิการ เห็นโทษของการกระทำของตนเอง โทษของการไม่มีดอกไม้ในสวน เห็นประโยชน์ของการที่ดอกไม้ได้รับการดูแล ภูมิใจความดีที่ตนได้ทำ ได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม จนพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงตลอดไปค่ะ
ความเห็นของดิฉันอาจไม่ถูกต้องไปเสียทั้งหมด หากมีอะไรผิดพลาดไป ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
ในฐานะนักทำกิจกรรมเพื่อเด็กคนหนึ่ง เห็นด้วยกับ “ป้าดา”ค่ะ
อ่านแล้วเพลิน มีสาระดีค่ะ