นิทานเหรียญทอง 15 เหรียญ

นิทานเหรียญทอง 15 เหรียญ

     กาลครั้งหนึ่งมีหญิงผู้ยากจนอาศัยอยู่กับลูกชายในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ทุกเช้าสองคน
แม่ลูกจะรีบตื่นก่อนอาทิตย์ขึ้นเพื่อออกไปหากิ่งไม้แล้วให้ลูกชายนำไปขายเป็นฟืนที่ตลาด
กลางหมู่บ้าน

     เช้าวันหนึ่งขณะที่ลูกชายกำลังขายฟืนอยู่นั้น เขาหันไปเห็นถุงเล็กๆ ใบหนึ่งบนพื้น เด็กชาย
รีบวิ่งไปเก็บถุงขึ้นมาและไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร จึงรีบวิ่งกลับบ้านเพื่อนำถุงดังกล่าวไปให้แม่
ของเขาดู “แม่จ๋า ดูนี่ซิ ดูว่าฉันเจออะไร”  สองคนแม่ลูกช่วยกันเปิดถุงออกมาดู พบว่าเป็นเหรียญ
ทอง ทั้งสองคนจึงเริ่มนับ หนึ่ง สอง สาม สี่ …… ไปจนถึง สิบสี่ สิบห้า แล้วลูกชายก็ร้องออกมาว่า 
“มีเหรียญทองตั้งสิบห้าเหรียญแน่ะแม่” แม่จึงกล่าวตอบลูกชายไปว่า “เจ้ารีบกลับไปที่ตลาด พร้อม
ถุงเงินนี้เดี๋ยวนี้เลยนะ คนที่ทำหล่นไว้เขาจะต้องกำลังกลุ้มใจอย่างมากอยู่แน่เลย” แม่อธิบายกับ
ลูกชายต่อว่า คนที่ทำถุงเงินหล่นอาจจะเป็นคนจนอย่างเราและคงตั้งใจเก็บเงินจำนวนนี้ไว้เพื่อซื้อ
อาหารแม่จึงกำชับลูกชายอีกครั้งว่า “เจ้าจงกลับไปยืนตรงที่ที่เจ้าพบถุงนี้ใบนี้นะ และต้องยืนอยู่
ตรงนั้นจนกว่าเจ้าของเขาจะมาตามหาถุงเงินใบนี้ จงรีบไปเดี๋ยวนี้” เมื่อได้ยินดังนั้น เด็กชายจึงรีบ
วิ่งออกจากบ้านกลับไปตลาด ตรงที่เขาพบถุงเงินและยืนรอคอยให้เจ้าของถุงเงินกลับมาอย่างใจ
จดใจจ่อ  ไม่นานนักก็มีพ่อค้าคนหนึ่งเดินมาด้วยท่าทางที่มองหาอะไรบางอย่าง เด็กชายจึงเอ่ย
ถามว่า “ท่านครับ ท่านได้ทำอะไรบางอย่างหล่นหายใช่ไหมครับ” พ่อค้าตอบว่า “ใช่ ฉันทำถุงเงิน
หล่นหาย แต่ไม่รู้ว่าทำหล่นที่ไหน” เด็กชายกล่าวอย่างดีใจและยื่นถุงออกมาให้พ่อค้าดู “ถุงเงินนี่
ของท่านใช่ไหมครับ ผมเก็บได้บนพื้นตรงนี้” พ่อค้าดีใจดึงถุงไปจากมือเด็กชาย เปิดถุงและเริ่ม
นับเงิน “หนึ่ง สอง สาม …… สิบห้า” “เอ๊ะ นี่มันมีแค่สิบห้าเหรียญนี่ ในถุงมันต้องมีสามสิบเหรียญซิ”
“ฉันมีเหรียญทองทั้งหมดสามสิบเหรียญ นี่ก็แสดงว่าเธอขโมยเงินฉันไปสิบห้าเหรียญ” แล้วพ่อค้า
ก็เริ่มส่งเสียงดัง “เธอเอาเงินฉันไปสิบห้าเหรียญ” เด็กชายจึงกล่าวตอบด้วยเสียงอันหนักแน่นว่า
“ผมไม่ได้เอาเงินของท่านไป ในถุงมีเงินเพียงสิบห้าเหรียญเท่านั้น” ทั้งสองเริ่มโต้เถียงกันว่าใคร
กันแน่ที่ไม่พูดความจริง และพยายามกล่าวหาอีกคนว่าเป็นคนไม่ซื่อสัตย์จนส่งเสียงดังมากขึ้นเรื่อยๆ
ชาวบ้านที่เดินไปเดินมาในตลาดก็เริ่มมุงดูเหตุการณ์มากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน ในที่สุดชาวบ้านก็ตัด
สินใจกันว่าจะต้องพาคนทั้งสองไปหาท่านผู้เฒ่าเพื่อตัดสินท่านผู้เฒ่าถามเด็กชาย “ในถุงใบนี้มี
เหรียญทองอยู่ทั้งหมดกี่เหรียญ” เด็กชายตอบว่า “มีทั้งหมดสิบห้าเหรียญครับท่าน” ท่านผู้เฒ่าถาม
ต่อว่า “แล้วเธอนับเงินในถุงนี้คนเดียวเหรอ” เด็กชายตอบว่า “เปล่าครับ ผมนับกับแม่ของผมครับ”
เมื่อได้ยินดังนั้นท่านผู้เฒ่าจึงให้คนไปตามแม่ของเด็กชายมา เมื่อมาถึงท่านผู้เฒ่าก็ถามคำถาม
เดียวกันในทันที ซึ่งแม่ของเด็กชายก็ตอบคำตอบเดียวกัน “ฉันตอบด้วยความสัตย์จริงเลยเจ้าค่ะว่า
ในถุงมีเหรียญทองอยู่สิบห้าเหรียญจริงๆ เมื่อเรานับเสร็จฉันก็ให้ลูกชายรีบนำกลับไปที่ตลาดเพื่อ
ตามหาเจ้าของทันที” ผู้พิพากษาจ้องมองสองแม่ลูกอยู่นาน จึงหันไปถามพ่อค้าว่า “ท่านทำเงิน
หายไปเท่าไหร่” พ่อค้ารีบตอบในทันทีทันใด “เหรียญทองสามสิบเหรียญครับท่าน เด็กผู้ชายนั่น
ขโมยเงินของผมไปสิบห้าเหรียญทอง” “เจ้าจงเอาเงินของข้าคืนมาเดี๋ยวนี้” พ่อค้าตะโกนใส่เด็กชาย
ท่านผู้เฒ่าจ้องพ่อค้าอยู่นานและใช้ความคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะตัดสินคดีนี้อย่างถูกต้องเป็นธรรม
ในที่สุดท่านผู้เฒ่านึกวิธีการออก โดยตัดสินว่า “ในเมื่อท่านพ่อค้ายืนยันว่าเงินในถุงนั้นมีสามสิบ
เหรียญแน่นอน ดังนั้นเราจึงเห็นว่าถุงเงินใบนี้ไม่น่าจะเป็นถุงเงินของท่านพ่อค้า และในเมื่อเด็กชาย
เป็นคนพบถุงเงิน ซึ่งยังไม่มีใครที่เป็นเจ้าของจริงๆ มายืนยัน ดังนั้นเราตัดสินมอบถุงเงินนี้ให้กับเด็ก
ผู้ชายและแม่ของเขา” ทุกคนเห็นด้วยกับคำตัดสินนี้ จะมีก็แต่พ่อค้าเท่านั้นที่เสียใจและผิดหวัง

แปลและเรียบเรียงจาก “A Fifteen Coins” โดย Asia Education Foundation

แสดงความคิดเห็น