เพลง ศิลปะ นิทาน การละเล่น ละคร กลวิธีปลูกจิตสำนึก “โตไปไม่โกง”

เพลง ศิลปะ นิทาน การละเล่น ละครกลวิธีปลูกจิตสำนึก “โตไปไม่โกง”

คงไม่มีใครปฏิเสธหากจะบอกว่า “การทุจริตคอร์รัปชั่น” เป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในเมืองไทยมานานจนนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ตามมามากมาย และคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะถอนรากถอนโคนปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นที่สะสมมานานให้หมดไปจากประเทศ แต่ก็ใช่ว่าปัญหานี้จะแก้ไขไม่ได้ ประเด็นสำคัญในการเยียวยาคือต้องอาศัยเวลา ทำอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และแก้ปัญหาอย่างเข้าใจ

โชคดีที่ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคมไทยไม่ได้ถูกปล่อยปละละเลยไร้การเหลียวแล เพราะหลายฝ่ายยังตระหนักและพยายามขจัดปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทย

หลักสูตรคบเด็กสร้างชาติ  “โตไปไม่โกง” ก็เป็นอีกหนึ่งความพยายามของกรุงเทพมหานคร ศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย ที่ต้องการเห็นเด็กไทยโตเป็นผู้ใหญ่อย่างมีความสำนึก รู้ผิดชอบชั่วดี มีความซื่อสัตย์ ลดละความเห็นแก่ตัว ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันคอร์รัปชั่นได้ดีที่สุด

คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรโตไปไม่โกง ล้วนเป็นหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่อยากเห็นสังคมไทยไร้คอร์รัปชั่น ทุกคนต่างทุ่มเทแรงกายแรงใจ ระดมความคิด ระดมสมอง ลืมความเหน็ดเหนื่อย โดยได้รับความอนุเคราะห์จากผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่คอยให้คำปรึกษาแนะนำ อาทิ นายอานันท์ ปันยารชุน พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร และดร.จุรี วิจิตรวาทการ เป็นต้น หนึ่งในคณะกรรมการดำเนินการร่างหลักสูตร คือ ดร.กนกกาญจน์ อนุแก่นทราย อาจารย์จากศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

ดร.กนกกาญจน์ เล่าว่า “หลักสูตรคบเด็กสร้างชาติ โตไปไม่โกงแตกต่างจากแคมเปญต่อต้านการคอร์รัปชั่นอื่นๆ ตรงที่หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรระยะยาวที่จะต้องสอนกันต่อเนื่องและมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กนักเรียนอนุบาล 1-2 และประถมศึกษาปีที่ 1-3 ซึ่งถือว่าเป็นหลักสูตรแรกก็ว่าได้ที่นำเข้าไปสอนในโรงเรียน และสอนในระดับอนุบาล หลายคนมีคำถามว่าทำไมถึงต้องสอนเรื่องแบบนี้ตั้งแต่อนุบาลซึ่งมีอายุเพียง 4 ขวบเท่านั้น นั่นก็เพราะเด็กเหมือนฟองน้ำที่จะซึมซับเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเขาได้ดี ตามหลักวิชาการก็บอก ถ้าเราสร้างความประทับใจให้เขา จะเป็นตราประทับให้เขาจดจำ แล้วถ้าเรื่องที่ประทับใจเขาเป็นเรื่องที่ดีก็จะส่งผลดีต่อสังคม ต่อประเทศ นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงปลูกฝังเรื่องการไม่คดโกง ไม่ทุจริตคอร์รัปชั่นตั้งแต่ยังเด็ก

หลักสูตรนี้จะใช้สอนในโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยในช่วงแรกจะเริ่มใน 280 โรงเรียน หลังจากนั้นจะขยายให้ครบ 431 โรงเรียน ซึ่งการเรียนการสอนจะเริ่มในเดือนสิงหาคมเป็นต้นไปโดยจะสอนเฉลี่ย 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สำหรับเนื้อหาของหลักสูตร รวมทั้งสื่อการเรียนการสอนและคู่มือครูได้จัดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการอบรมครูเพื่อให้ครูทราบถึงเนื้อหาและกลวิธีที่จะนำไปสอนนักเรียน ซึ่งกลวิธีการสอน จะสอนผ่านบทเพลง ศิลปะ นิทาน การละเล่น และละคร

“เด็กไม่ชอบการท่องจำ ไม่ชอบการคิดวิเคราะห์ การให้เขาซึมซับเองอย่างเป็นธรรมชาติจะดีที่สุดสำหรับเขา มีการวิจัยแล้วว่า ดนตรีหรือบทเพลง ศิลปะ นิทาน เกมการละเล่น และละคร จะช่วยให้เด็กจดจำเรื่องราวได้โดยไม่ต้องท่องจำ และยังทำให้เขารู้สึกสนุกด้วย ถ้าจะสอนอะไรเขาให้สอนผ่านกลวิธีเหล่านี้จะได้ผลดี” ดร.กนกกาญจน์ เล่าถึงที่มาของกลวิธีการสอน

ส่วนเนื้อหานั้นจะมุ่งเน้นใน 5 สาระ คือ ความซื่อสัตย์สุจริต การมีจิตสาธารณะ ความเป็นธรรมในสังคม การกระทำอย่างรับผิดชอบ และอยู่อย่างพอเพียง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะเป็นเกราะป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ดีที่สุด

การอบรมครูในหลักสูตรโตไปไม่โกงนั้นจัดขึ้นมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมและสิ้นสุดในวันที่ 10 สิงหาคม 2553 มีครูเข้าร่วมอบรมจำนวน 10 รุ่น รวมกว่า 1,000 คน ครูทุกคนได้เข้าเวิร์คช็อปเพื่อเรียนรู้กลวิธีที่จะนำไปใช้สอนนักเรียนทั้ง 5 กลวิธี คือ เพลง ศิลปะ นิทาน การละเล่น ละคร โดยมีผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านมาช่วยถ่ายทอด

“เพลง” มีบรรจง เวียงพล และนิพนธ์ เลิศพิริยกมล นักดนตรีมืออาชีพที่มาเป็นวิทยากรสอนให้ครูรู้ถึงวิธีร้องของแต่ละเพลงที่มีเนื้อหาที่สอดแทรกคำสอน และข้อคิดสำหรับเด็กๆ อย่างเพลง เด็กเอ๋ยเด็กดี ที่สอนเรื่องความซื่อสัตย์ที่มีเนื้อร้องว่า “พวกเราร้องเพลง บรรเลงร่วมกัน เพลงของเรานั้น คือเพลงเด็กดี เด็กเอ๋ยเด็กเล็ก ตัวเล็กเหลือที่ เด็กเอ๋ยเด็กดี มีความจริงใจ ไม่ลักขโมย ไม่หยิบของใคร แม้เราอยากได้ แต่มันไม่ดี เด็กเอ๋ยเด็กเล็ก เด็กเอ๋ยเด็กดี หัวใจเรานี้ มีซื่อสัตย์เอย” พร้อมกันนี้ครูทุกคนก็จะได้เนื้อเพลงและซีดีเพลงที่จะเปิดให้เด็กๆ ฟังและร้องตาม

“นิทาน” มีทีมงานจากกลุ่มละครกะปุ๊กลุ๊ก นักเล่านิทานมืออาชีพมาเป็นวิทยากร เพื่อสอนให้ครูได้เรียนรู้เทคนิคในการเล่านิทานให้สนุกสนานน่าติดตาม พร้อมทั้งเรียนรู้การนำอุปกรณ์มาใช้ประกอบการเล่านิทานได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งครูสามารถใช้เทคนิคได้หลากหลายวิธี ทั้งการเล่าปากเปล่าโดยใช้น้ำเสียงและลีลา การเล่าประกอบดนตรี การเล่าโดยเปิดหนังสือนิทาน การเล่าโดยใช้สื่อและอุปกรณ์ช่วย เช่น หุ่นจำลอง ภาพ วัสดุเหลือใช้ การเล่าโดยใช้ละครเด็ก เป็นต้น

“การละเล่น” มีทีมงานจากมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ มาเป็นวิทยากรสอนให้ครูเรียนรู้การสร้างเกมการเล่นให้สนุกสนาน และ “ละคร” มีกลุ่มละครมะขามป้อมและมานิต ประภาษานนท์ เป็นวิทยากรมาสอนให้ครูเรียนรู้บทบาทการแสดง ฝึกการสร้างสถานการณ์ สร้างบทละครเพื่อสอดแทรกข้อคิด 5 ประการให้กับเด็กๆ

ครูอัจฉรา ศรัทธากุล โรงเรียนวัดศรีบุญเรือง ที่เข้าร่วมเวิร์คช็อปในครั้งนี้ บอกว่า “จากประสบการณ์ที่เป็นครูสอนหนังสือมา 32 ปี ทำให้เป็นความเปลี่ยนแปลงว่าเด็กเมื่อ 30 ปีที่แล้ว กับเด็กสมัยนี้มีพฤติกรรมเรื่องความซื่อสัตย์ต่างกันมาก ตัวแปรที่ทำให้เด็กเปลี่ยนไปคือพ่อแม่ และสิ่งแวดล้อม เด็กสมัยก่อนได้ใกล้ชิดกับพ่อแม่ และไม่มีสิ่งแวดล้อมยั่วยุมากเท่าสมัยนี้ เขาจะไม่ค่อยเกเร พ่อแม่คือบุคคลที่สำคัญมาก ต้องให้เวลากับลูกมากๆ ต้องสอนสิ่งดีๆ ให้กับเขา เวลาคุยกับเขาต้องคุยอย่างเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ ค่อยๆ คุย อย่าใช้อารมณ์ ถ้าทำได้อย่างนี้เด็กจะไม่ค่อยมีปัญหา”

“สภาพแวดล้อมและสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน ทำให้ปัญหาเรื่องเด็กโกง เด็กไม่ซื่อสัตย์รุนแรงมากกว่าสมัยก่อนหลาย 10 เท่า ดังนั้น หลักสูตรโตไปไม่โกงจำเป็นมากที่จะต้องมี ทุกวันนี้ คุณครูทุกคนก็พยายามสั่งสอนเด็กๆ ให้เป็นคนดี ซื่อสัตย์ ไม่คดโกง แต่บางคนก็ไม่ได้สอนอย่างถูกหลัก อย่างตัวครูเอง เรียนจบคหกรรมศาสตร์มา ไม่รู้กลวิธีในการสอดแทรกคำสอนให้กับเด็ก ก็พูดสอนไปตามปกติ มาอบรมในครั้งนี้ ก็ได้รู้เทคนิคว่าเราควรจะสอนเขาอย่างไร ให้เขาไม่เบื่อ ให้คำสอนค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปให้เขาจดจำ”

“โตไปไม่โกง” นับเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่ได้สร้างความหวังให้กับคนไทยทั้งประเทศว่าในอนาคตคำว่าทุจริตคอร์รัปชั่นจะค่อยๆ จางหายไปจากประเทศไทย และถึงแม้ว่าหลักสูตรคบเด็กสร้างชาติโตไปไม่โกงจะเป็นหลักสูตรที่ใช้ในโรงเรียนในกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่เจตนารมณ์ดีๆ ไม่ได้ถูกจำกัดไว้แค่เพียงกรุงเทพมหานคร ครูทั่วประเทศที่สนใจแนวคิดการสอนแบบนี้ก็สามารถดาวน์โหลดเนื้อหาของหลักสูตรไปสอนนักเรียนได้จาก www.growinggood.org

ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ
อุษณีย์ ถาวรกาญจน์
บริษัท อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น จำกัด
โทร. 0 2354 3588 อีเมล : usanee@incom.co.th

ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ อุษณีย์ ถาวรกาญจน์ บริษัท อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น จำกัด โทร. 0 2354 3588 อีเมล : usanee@incom.co.th

8 Responses to “เพลง ศิลปะ นิทาน การละเล่น ละคร กลวิธีปลูกจิตสำนึก “โตไปไม่โกง””

  1. avatar
    เคยเป็นเด็ก
    24. ส.ค., 2010 at 12:51 am #

    โครงการดี ต้องให้กำลังใจ

  2. avatar
    นางสุรัตน์ พิมพล
    14. ก.ย., 2010 at 9:03 pm #

    เป็นครูผู้สอนชั้นอนุบาล สนใจอยากเข้าร่วมอบรมเพื่อนำเทคนิควิธีการมาสอนเด็กบ้าง เพราะเป็นโครงการที่ดีที่ควรฝึกเด็กและปลูกฝังตั้งแต่อยู่ชั้นอนุบาล

  3. Fatal error: Call to undefined function get_user_meta() in /home/growingg/domains/growinggood.org/public_html/wp-content/plugins/add-local-avatar/avatars.php on line 1383