วีรบุรุษน้อย
ในดินแดนแห่งหนึ่งที่ไกลแสนไกล อีกด้านหนึ่งของท้องทะเลและมหาสมุทร มีเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง ที่ระดับของพื้นดินต่ำกว่าของน้ำทะเล
เมืองแห่งนี้ต้องจมอยู่ใต้ทะเลแน่ๆ ถ้าชาวเมืองไม่ช่วยกันสร้างกำแพงขนาดยักษ์ขึ้นมา เพื่อกั้นไม่ให้น้ำทะเลไหลเข้ามาท่วม
ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในเมืองนี้ จึงขึ้นอยู่กับความแข็งแรงทนทานของกำแพงยักษ์นี้
ทุกคนในเมืองรู้ว่า หากกำแพงร้าว รั่ว หรือพังทลาย ก็จะทำให้น้ำทะเลทั้งมหาสมุทรไหลหลากเข้ามาท่วมบ้านเรือนเสียหาย ทุกคนในเมืองจะจมน้ำและเสียชีวิต
อยู่มาวันหนึ่ง มีเด็กชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งชื่อว่าเด็กชายกล้าหาญ ได้ออกไปวิ่งเล่นนอกบ้านกับน้องสาวของเขา
กล้าหาญกับน้องวิ่งออกมาไกลจนมาถึงทุ่งหญ้าริมกำแพงยักษ์ ที่มีแต่ดอกไม้และหญ้าสีเขียว ห่างไกลจากสายตาของผู้คน
ขณะที่กล้าหาญและน้องวิ่งไล่จับกันอย่างสนุกสนาน น้องของเขาก็สังเกตเห็นรูเล็กๆ บนกำแพง จึงตะโกนเสียงดังบอกพี่ชายว่า “พี่กล้าหาญ ดูที่กำแพงสิจ๊ะ มีรูกลมๆ ด้วยล่ะ”
“รูอะไรนะจ๊ะ” กล้าหาญถามน้อง
“รูที่กำแพงจ้ะ มีน้ำออกมา ปุ๋ง ปุ๋ง ด้วยล่ะ” น้องสาวตอบ
กล้าหาญรีบวิ่งมาดูที่กำแพง เห็นรูเล็กเล็กบนกำแพงที่มีฟองอากาศพ่นออกมา แล้วน้ำก็ค่อยค่อยไหลออกมาจากรู ช้า ช้า ทีละน้อย ทีละน้อย
กล้าหาญรู้ว่า นี่คือรูรั่วบนกำแพงยักษ์ที่กั้นน้ำทะเลไม่ให้ท่วมเมืองนี้ เขามองไปรอบรอบ ไม่เห็นมีผู้ใหญ่สักคนเดียว มีแต่ทุ่งหญ้าเขียวกับดอกไม้ และตัวเขาเองกับน้องสาวเท่านั้น
เมื่อเขามองไปที่รูรั่วเล็กๆ นั้นอีกครั้งหนึ่ง เขาก็ยังเห็นน้ำยังคงไหลออกมาจากรูเล็กๆ นั้นไม่หยุดหย่อนและบางทีก็มีฟองอากาศผุดออกมาด้วย กล้าหาญรู้ว่ารูเล็กๆ ที่มีน้ำไหลออกมาแบบนี้ไม่ช้าก็จะขยายกลายเป็นรูขนาดใหญ่ ถ้าเขาวิ่งกลับไปในเมืองก็จะสายเกินไป “จะทำอย่างไรดี” กล้าหาญถามตัวเอง เมื่อเขามองกลับไปอีกครั้ง ปรากฏว่ารูรั่วเล็กๆ นั้นมีขนาดโตขึ้นและน้ำก็ไหลแรงขึ้น เสียงของฟองอากาศก็ยิ่งดังขึ้น
ทันใดนั้น กล้าหาญมีความคิดบางอย่างเกิดขึ้น
เขาลองใช้นิ้วโป้งของเขาอุดรูรั่วบนกำแพง แรกๆ ยังมีน้ำไหลออกมาเล็กน้อย เมื่อเขาขยับนิ้วโป้งเข้าไปอีก ปรากฏว่าน้ำหยุดไหลทันที และฟองอากาศก็ไม่ผุดออกมาแล้ว
กล้าหาญหันมาบอกกับน้องสาวให้รีบวิ่งกลับไปบอกพวกผู้ใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนตัวเขาเองนั้นจะอยู่ตรงนี้จนกว่าพวกผู้ใหญ่จะมาถึง
น้องสาวของกล้าหาญรู้ว่านี่เป็นเรื่องสำคัญมาก จึงทำตามที่พี่ชายบอก เธอวิ่งกลับไปอย่างเร็วที่สุดเท่าที่ขาเล็กๆ ของเธอจะทำได้ กล้าหาญมองเห็นน้องสาววิ่งห่างออกไป กลายเป็นจุดเล็กลง เล็กลงทุกที ขนาดเท่ากับพ่อไก่ แม่ไก่ จนเป็นลูกไก่ และในที่สุดก็หายไปจากสายตา
กล้าหาญทรุดตัวลงนั่ง ทั้งที่นิ้วโป้งยังอุดอยู่บนกำแพง เขาอยู่ที่นี่เพียงคนเดียวเท่านั้น
อากาศหนาวเย็นขึ้นเรื่อยๆ เสียงของน้ำที่อยู่หลังกำแพงเริ่มดังขึ้น ดังขึ้นเดี๋ยวก็ดัง ซ่า ซ่า เดี๋ยวก็ดัง ครึก ครึก
เมื่อเวลาผ่านไป นิ้วของเขาก็เริ่มชาเพราะความหนาวเย็น กล้าหาญเอามืออีกข้างหนึ่งถูมือข้างที่ใช้นิ้วอุดรูไว้ แต่มือของเขาก็ยังหนาวเย็นเหมือนเดิม เขาชะเง้อดูว่าเมื่อไรผู้ใหญ่จะมาถึงเสียที แต่ก็มองไม่เห็น เพราะถนนไกลเกินกว่าที่เขาจะมองเห็น เขาปวดนิ้วไปหมดแล้ว อากาศก็หนาวเย็นขึ้นทุกที กล้าหาญเอามืออีกข้างมากอดหน้าอก เขาหนาวสั่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน
นิ้วที่เริ่มปวด ก็ปวดมากขึ้นกว่าเดิม ปวดจนมาถึงข้อมือ ศอก ต้นแขน และหัวไหล่ เขาชะเง้อคอ มองกลับไปอีกครั้งแล้วครั้งเล่า ก็ยังมองไม่เห็นใครสักคน
กล้าหาญหนาวเย็นและเหนื่อยล้า ต้องเอนตัวพิงกำแพง จนหูของเขาแนบชิดกับกำแพง ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงกึกก้องของน้ำทะเลที่อยู่หลังกำแพง
“ฉันคือน้ำทะเลจากมหาสมุทรที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีใครในโลกนี้ที่อาจต้านทานกำลังของฉันได้ เจ้าเด็กน้อยอย่างเธอหรือจะมาสู้กับฉัน ระวังตัวให้ดี ถอยไปซะดีๆ ”
กล้าหาญหัวใจเต้นดังตึกตัก ตึกตัก เขากลัวเหลือเกิน เมื่อไรพวกผู้ใหญ่จะมาเสียที
เสียงน้ำทะเลกระทบกำแพงดังก้องขึ้นมาอีกครั้ง “ครืน ครืน เธอสู้ฉันไม่ได้หรอก ฉันจะทะลายกำแพงออกมาให้ได้ แล้วจะจัดการเธอก่อนเป็นคนแรก ครืน ครืน วิ่งหนีไปซะ ก่อนที่ฉันจะออกไปเดี๋ยวนี้ ครืน ครืน”
กล้าหาญรู้สึกว่าเสียงของน้ำช่างน่ากลัวเหลือเกิน เขากลัวเหลือเกิน และเริ่มถอนนิ้วออกมาทีละน้อย แต่เขานึกได้ว่า ถ้าเขาเอานิ้วออก รูรั่วนี้ก็จะขยายใหญ่ขึ้น น้ำจะไหลแรงยิ่งขึ้น รูรั่วนี้จะใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น จนกำแพงพังทลาย น้ำทะเลทั้งมหาสมุทรจะไหลเข้ามา ทุกสิ่งทุกอย่างจะจมหายไปในน้ำ โชคชะตาของเมืองนี้และชีวิตของผู้คนขึ้นอยู่กับเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาจึงกัดฟัน ออกแรงผลักให้นิ้วอุดรูยิ่งแน่นขึ้นกว่าเดิม
“น้ำทะเล เธอทำอะไรฉันไม่ได้หรอก ฉันไม่ให้เธอเข้ามา และฉันจะไม่มีทางที่จะวิ่งหนีอย่างเด็ดขาด” กล้าหาญพูดอย่างเด็ดเดี่ยว
ในเวลานั้น เขาได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากด้านหลัง “กล้าหาญอดทนไว้”
นั่นคือ เสียงของพ่อนี่ กล้าหาญมองเห็นจุดเล็กเล็ก ไกลออกไป ขนาดเท่าลูกไก่ แม่ไก่ พ่อไก่ และใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พ่อของเขาและพวกผู้ใหญ่คนอื่นๆ มาแล้ว พร้อมกับเครื่องมือเพื่อใช้ซ่อมแซมกำแพง
เมื่อผู้ใหญ่มาถึง ก็เห็นกล้าหาญคุกเข่านั่งอยู่ข้างกำแพงโดยที่ยังมีนิ้วโป้งอุดรูรั่วไว้แน่น จึงรีบดึงมือกล้าหาญออกมา ห่มผ้า และให้ความอบอุ่นแก่เขา และรีบซ่อมแซมกำแพงโดยเร็ว
พวกผู้ใหญ่แสดงความชื่นชมต่อกล้าหาญอย่างจริงใจ “นี่คือ วีรบุรุษของพวกเรา เขาช่วยเมืองนี้ และช่วยชีวิตของคนทุกคน เขามีบุญคุณต่อพวกเราทุกคน” พวกผู้ใหญ่แบกกล้าหาญไว้บนบ่า และไชโยโห่ร้องตลอดเส้นทางที่เดินกลับ
ทุกคนในเมืองรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ต่างชื่นชมยินดี และเล่าขานต่อต่อกันมาเกี่ยวกับวีรกรรมของวีรบุรุษน้อยน้อยที่ชื่อว่ากล้าหาญ
*แปลและเรียบเรียงจากนิทานพื้นบ้านฮอลแลนด์เรื่อง “The Little Hero of Haarlem” ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่











สุดยอดไปเลย ตื่นเต้นมากมายๆๆๆ แต่อย่าให้มีข้อคิดด้วย
สนุกมากเลยค่ะ และขออีกอย่างนึงขอให้มีนิทานอย่างนี้ให้เยอะเลย
ขอให้แต่งนิทานอย่างนี้อีกนะคะ
ใครคือคนแต่ง